
โครงสร้างของ Bitcoin ยังคงเปราะบางเช่นเดียวกันกับสัปดาห์ก่อน โดยอยู่ในโซน Cost Basis ที่สำคัญ และจากข้อมูล On-chain เรายังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนระยะยาว
นักลงทุนระยะสั้นที่เข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา ยังต้องเจอกับแนวต้านที่ด้านบน ซึ่งจำกัดโอกาสที่ Bitcoin จะปรับตัวขึ้นต่อ และการฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา มีความเสี่ยงที่จะถูกเทขาย
ในตลาด Spot เริ่มดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว แรงขายใน Exchange ต่างๆ เริ่มลดลง แต่การเข้าซื้อสะสมยังไม่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
แรงซื้อจาก DATCOs ยังมีเข้ามาประปราย แต่เป็นการเข้าซื้อตามเหตุการณ์มากกว่าการสะสมแบบสม่ำเสมอ ทำให้ตรงนี้ยังเป็นเพียง Demand ส่วนน้อยที่เข้ามาช่วยผลักดันตลาดเท่านั้น
ปริมาณการซื้อขายในตลาด Futures ยังลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง การใช้ Leverage ก็น้อยลง บอกถึงสภาวะตลาดที่มีการเก็งกำไรต่ำ
ในภาพรวม การฟื้นตัวของราคาในช่วงนี้ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเทขายใส่ จนกว่าจะมีแรงซื้อใหม่ที่แข็งแกร๋งพอที่จะดูดซับแรงขายเหล่านี้ไปได้ทั้งหมด
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ฟื้นตัวจนไปชนกับแนวต้าน ก่อนที่จะหยุดอยู่แถว Short-Term Holders Cost Basis ที่ $98,400 ซึ่งเป็นกรอบบนของโครงสร้างตลาดหมีในปัจจุบัน โดยมีกรอบล่างเป็น True Market Mean ที่ $81,100
ถึงแม้เมื่อเราเข้าสู่ปี 2026 แรงขายจากนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง Q1-3 ของปี 2025 จะลดลง แต่พอ Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นมาใกล้ Short-Term Holders Cost Basis ราคาก็ปรับตัวลงไปอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่านักลงทุนที่กำลังขาดทุนอยู่ได้เลือกที่จะขายเมื่อราคาเด้งขึ้นมาใกล้กับบริเวณที่พวกเขาซื้อ มากกว่าที่จะถือต่อไป
โครงสร้างของ Bitcoin ในตอนนี้เหมือนกับช่วง Q1 2022 ที่ Bitcoin พยายามฟื้นตัวกลับไปยืนเหนือ Short-Term Holders Cost Basis ให้ได้ แต่ล้มเหลวจนนำไปสู่ตลาดหมีในช่วงปลายปี
🔴 สัญญาณลบ: หากราคายังไม่สามารถพุ่งทะลุ Short-Term Holders Cost Basis ไปได้จะยิ่งกดดันให้ทั้งนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาวเทขายเพิ่มอีก

ข้อมูลตรงนี้แสดงให้เห็นว่า แรงขายของนักลงทุนระยะยาว ได้ถูกซื้อไปโดยนักลงทุนระยะสั้นรายใหม่ โดยเฉพาะในช่วง $93,000-$98,000
แต่ด้วยความที่ปริมาณ Bitcoin ที่ถูกซื้อไปตอนที่ราคาสูงกว่า $100,000 มีจำนวนมาก ทำให้ความพยายามในการฟื้นตัวเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างกลับมาเป็นขาขึ้น จำเป็นจะต้องอาศัยแรงซื้อที่สม่ำเสมอจำนวนมาก
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: เป็นเรื่องดีที่เรามีนักลงทุนระยะสั้นรายใหม่ทยอยเข้าซื้อ แต่ต้องจับตาดูว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะสามารถดูดซับแรงขายจากนักลงทุนที่ยังขาดทุนอยู่ได้หรือไม่

จากที่เราพูดถึงกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ต้นทุนของนักลงทุนระยะยาวในตอนนี้กระจุกตัวอยู่ที่บริเวณ $93,000 - $110,000 ซึ่งสูงกว่าราคาของ Bitcoin ในปัจจุบัน
โดยนักลงทุนกลุ่มนี้คือกลุ่มนี้สร้างแรงขายใส่ตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ขายเมื่อราคาขึ้นมาใกล้กับจุดที่พวกเขาเคยซื้อ
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: นักลงทุนระยะยาวกลุ่มนี้จะยังคงเป็นแนวต้านที่สำคัญจนกว่าตลาดจะมีแรงซื้อเข้ามามากพอที่จะดูดซับแรงขายเหล่านี้

จากที่กล่าวไปข้างต้น แรงขายส่วนใหญ่เกิดจากนักลงทุนที่กำลังขาดทุนอยู่และตัดสินใจยอมแพ้เพื่อราคาเด้งขึ้นมาใกล้กับจุดที่ตัวเองซื้อไป
โดยกลุ่มนี้ขายมากที่สุดคือกลุ่มที่ซื้อไปในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา ส่วนอันดับที่สองคือกลุ่มที่ซื้อไปในช่วง 6-12 เดือนก่อนหน้านี้
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: แรงขายพวกนี้คือ Pain-Driven เป็นแรงขายของคนที่ยอมแพ้ ตัดใจขายเพื่อจำกัดความสูญเสีย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลัง Risk-Off กันอยู่ แต่หากราคายังไม่ฟื้นตัว จะยิ่งกดดันให้นักลงทุนกลุ่มนี้เทขายด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม

พฤติกรรมของนักลงทุนในตลาด Spot ทั้ง Binance และ Exchange ส่วนใหญ่ เริ่มดีขึ้นหลังมีแรงซื้อมากกว่าแรงขายมาตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และ Coinbase เองที่เป็นเหมือนตลาดของนักลงทุนระดับสถาบันของสหรัฐฯ ก็มีแรงขายลดลงเรื่อยๆ
🟢 สัญญาณบวก: ถึงแม้แรงซื้อยังไม่รุนแรงเหมือนตอนเป็นขาขึ้นเต็มตัว แต่การที่พฤติกรรมของนักลงทุนเริ่มกลับมาเป็นฝั่งซื้อมากกว่าขายก็คือสัญญาณที่ดี

แรงซื้อจากพวกบริษัทมหาชนที่เก็บ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ยังคงไม่สม่ำเสมอ และเป็นการซื้อตามเหตุการณ์แบบ Selective มากกว่าที่จะเป็นการสะสมอย่างต่อเนื่อง
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: บริษัท DATCOs ส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉย หรืออยู่ในช่วง Risk-Off มากกว่าที่จะเริ่มเข้าสะสมอย่างจริงจัง ทำให้ Demand ตรงนี้เป็นเพียงส่วนน้อยและไม่ได้สร้างแรงผลักดันอย่างมีนัยสำคัญให้กับตลาด

ปริมาณการซื้อขายในตลาด Futures ตอนนี้ค่อนข้างต่ำ ต่ำกว่าช่วงที่ Bitcoin เคลื่อนที่แบบเป็นเทรนด์ จนเป็นเหมือนเมืองร้าง เป็นสัญญาณว่านักลงทุนมีความสนใจที่จะเข้ามาเก็งกำไรน้อยลง
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ในช่วงที่ตลาด Futures มีปริมาณการซื้อขายที่น้อย ทำให้ปัจจัยที่จะผลักดันราคาจะเกิดจากตลาด Spot มากกว่า

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนของความเชื่อมั่นจากนักลงทุนระยะยาว และนักลงทุนระยะสั้นที่เข้าซื้อก็เลือกที่จะขายเพื่อทำกำไรในช่วงสั้นๆ เท่านั้น Relief Rally ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเทขายใส่โดยนักลงทุนที่ขาดทุนอยู่ในปัจจุบัน
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: ตลาด Spot เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของตลาดในตอนนี้ หลังจากที่แรงซื้อกลับมามากกว่าแรงขายใน Exchange ส่วนใหญ่ทั่วโลก
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: Short-Term Holder Cost Basis ที่ $98,300 ได้พิสูจน์ว่าเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง และกลายมาเป็นขอบบนของกรอบราคาในปัจจุบัน Bitcoin จำเป็นที่จะต้องทำลายแนวต้านนี้ไปให้ได้ เผื่อไม่ให้นักลงทุนที่เข้าซื้อไปในช่วง 3-12 เดือนที่ผ่านมายอมแพ้ และเทขายซ้ำเติม
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
