
ในภาพรวม เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อที่จะให้ Bitcoin ไปต่อได้ ตลาดต้องการสภาพคล่องและแรงซื้อที่ชัดเจนกว่านี้ และจะเป็นการป้องกันไม่ให้นักลงทุนระยะสั้นเทขายออกมาด้วย
เนื่องจาก Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ได้ ทำให้ตลาดปรับตัวลงเล็กน้อย
ที่ราคา $96,500 เป็นจุดวัดใจระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี การที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าราคานี้ ทำให้โครงสร้างของ Bitcoin ในตอนนี้คล้ายกับช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตลาดหมี
แนวรับถัดไปคือ -1 Standard Deviation ที่ $83,400 ซึ่งถ้ารับไม่อยู่ อาจทำให้ Bitcoin ลงไปทดสอบแนวรับถัดไปคือ True Market Mean ที่ $80,700
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Bitcoin ไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ $96,500 ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นอีกหนึ่งการยืนยันว่า Bitcoin ได้เข้าสู่ตลาดหมีแล้ว

นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมากกำลังขาดทุน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาเป็นอย่างมาก และอาจยอมขายขาดทุนได้ง่าย
มีนักลงทุนระยะสั้นเพียงแค่ 19.5% เท่านั้นที่มีกำไร ซึ่งน้อยกว่าค่ากลางที่ 55% อยู่มาก บอกเป็นนัยได้ว่า Capitulation หรือการแห่เทขายครั้งใหญ่ของนักลงทุนกลุ่มนี้ยังไม่เกิดขึ้น
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Bitcoin ยังอยู่ในระดับราคานี้ต่อไป อาจทำให้นักลงทุนระยะสั้นเทขายขาดทุนออกมา สร้างแรงกดดันเพิ่มให้กับตลาด

แนวรับสำคัญของ Bitcoin ในตอนนี้คือ -1 Standard Deviation ที่ $83,400 และ True Market Mean ที่ $80,700 ทำให้ความสนใจถูกผลักไปอยู่ที่สภาพคล่องในตลาด
การที่โครงสร้างของ Bitcoin จะกลับตัวขึ้นไปจริงๆ ควรจะต้องถูกสะท้อนออกมาให้เห็นในรูปแบบของตัวชี้วัด เช่น อัตราส่วนกำไร/ขาดทุน
ในอดีต การกลับตัวที่แข็งแกร่ง จะเกิดขึ้นเมื่อ อัตราส่วนกำไร/ขาดทุน นั้นมากกว่า 5 ซึ่งในตอนนี้อัตราส่วนดังกล่าวมีค่าอยู่ที่ประมาณ 1.8 เท่านั้น
🔴 สัญญาณลบ: Profit/Loss Ratio ในปัจจุบันยังอยู่ห่างจากระดับที่นักลงทุนคาดหวังเอาไว้มาก ตลาดต้องการแรงซื้อจำนวนมาก และสม่ำเสมอเพื่อให้โครงสร้างกลับไปเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

22% ของนักลงทุนทั้งหมดในตลาด ทั้งระยะสั้นและระยะยาว กำลังขาดทุน ซึ่งเหมือนกับช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2018
ในช่วงเวลานั้น สัดส่วนของนักลงทุนที่ขาดทุนจะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากพวก Top-Buyer ได้เข้าซื้อไปหมดแล้ว และเลือกที่จะถือเหรียญเอาไว้
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: นักลงทุนระยะยาวกลุ่มนี้ กำลังเจอกับแรงกดดันด้านราคาและเวลาที่เพิ่มขึ้น ถ้าหากว่า Bitcoin ร่วงลงไปต่ำกว่า -1 Standard Deviation ที่ $83,400 และ True Market Mean ที่ $80,700 อาจจะกระตุ้นให้นักลงทุนกลุ่มนี้เทขายออกมา ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงขาลงของ Bitcoin ในระยะสั้น-กลาง

Net Flows ของ BTC ETFs เริ่มกลับมาอยู่ในจุดสมดุลอีกครั้ง หลังจากที่มีเงินไหลออกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025
เส้นค่าเฉลี่ยของ BTC ETFs Net Flows เข้าใกล้ศูนย์ แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันจากฝั่งที่ขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะแรงซื้อเริ่มมีเข้ามามากขึ้นและสม่ำเสมอ
แต่การปรับตัวของเส้นค่าเฉลี่ยนั้นยังน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อช่วงต้นปี 2024 และปลายปี 2024 นั้นก็เพราะว่านักลงทุนระดับสถาบันยังคงเข้าซื้ออย่างระมัดระวัง และด้วยราคา BTC ที่ทรงตัวอยู่แม้ Net Flows จะน้อยลง นั้นก็บอกได้ว่า Bitcoin พึ่งพาแรงซื้อจากตลาด Spot มากกว่า ETFs
🟢 สัญญาณบวก: แรงขายเริ่มลดลง และแรงซื้อเพิ่มมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาขึ้น แต่ถ้าแรงซื้อไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ BTC เกิดการย่อตัว เนื่องจากขาดแรงกระตุ้นจากสภาพคล่อง ไม่เหมือนกับในอดีต

ในหลาย Exchange เริ่มมีแรงซื้อเพิ่มมากขึ้น นำโดย Binace แต่ฝั่ง Coinbase ยังขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ ความแตกต่างนี้บอกว่าแรงซื้อที่เพิ่มเข้ามาในตลาดมาจากความต้องการของนักลงทุนทั่วโลกมากกว่านักลงทุนในสหรัฐฯ
🟢 สัญญาณบวก: หากแรงซื้อนี้ยังอยู่ต่อไป จะช่วยสนับสนุนโครงสร้าง และผลักดันราคาให้สูงขึ้นต่อไปได้

Funding Rate ของ Exchange ในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับกลางๆ แม้ว่าราคาจะมีความผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม ตรงนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดมีการใช้ Leverage ลดลลง
ที่น่าสนใจก็คือ ในบางช่วง Funding Rate ก็มีการปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงความต้องการในการเก็งกำไรของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอยากรวดเร็ว แม้จะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ได้อยู่ถาวร ทำให้เป็นการตอกย้ำว่า ความต้องการในการเก็งกำไรนี้ยังเปราะบาง และหายไปอย่างรวดเร็ว
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: พอ Funding Rate ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตลาดจึงพึ่งพาความต้องการของนักลงทุนจากตลาด Spot มากกว่าเพื่อรักษาโครงสร้างของราคาในปัจจุบัน

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin อยู่ในจุดวัดใจ โดยมี -1 Standard Deviation ของ Short-Term Holder Cost Basis และ True Market Mean เป็นแนวรับสำคัญ และการที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ได้ จะยิ่งกดดันให้นักลงทุนเทขายออกมา
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: ตลาด Spot เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของตลาดในตอนนี้ หลังจากที่แรงซื้อกลับมามากกว่าแรงขายใน Exchange ส่วนใหญ่ทั่วโลก
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: Bitcoin จำเป็นจะต้องขึ้นไปยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ให้ได้เร็วๆ นี้ เพื่อไม่ให้นักลงทุนระยะสั้นถูกกดดันด้วยเวลาและราคา หากทำไม่ได้ แรงขายจากนักลงทุนกลุ่มนี้จะยิ่งทำให้โครงสร้างของ Bitcoin อยู่ในขาลงต่อไป
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
