Report
January 30, 2026
ความกดดันใต้แนวต้านของ Bitcoin

ความกดดันใต้แนวต้านของ Bitcoin

Short Summary:

  • Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง Consolidation โดยราคาอยู่ใกล้กับต้นทุนเฉลี่ยหรือ Cost Basis ที่สำคัญ ซึ่งเป็นจุดวัดใจว่าจะรับอยู่หรือไม่
  • เงื่อนไขที่จะทำให้นักลงทุนระยะสั้นยังคงถือต่อไปอยู่ในสภาวะที่เปราะบาง หากราคาไม่สามารถกลับยืนเหนือจุด Break-even ได้ อาจจะทำให้นักลงทุนกลุ่มนี้เทขายออกมา
  • ในตอนนี้สภาพคล่องถือเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับทิศทางของ Bitcoin ถึงแม้ราคาจะทรงตัวได้ในปัจจุบัน แต่ปริมาณการซื้อขายก็ลดลง การที่ Bitcoin จะไปต่อได้ต้องการแรงซื้อที่ชัดเจนกว่านี้
  • กระแสเงินที่ไหลเข้า Bitcoin ETFs เริ่มนิ่ง หลังจากที่มีแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงนี้ช่วยลดแรงกดดันลง
  • ตลาด Futures ยังคงเงียบเหงา Funding Rate อยู่ในระดับกลางๆ นักลงทุนยังคงระมัดระวังและเลือกที่จะปิดสถานะที่เปิดอยู่ได้ง่ายมากถ้าหากว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี
  • ส่วนในตลาด Options นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะเริ่มป้องกันความเสี่ยงในฝั่งขาลงมากขึ้น และความผันผวนระยะสั้นก็สูงขึ้น

ในภาพรวม เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อที่จะให้ Bitcoin ไปต่อได้ ตลาดต้องการสภาพคล่องและแรงซื้อที่ชัดเจนกว่านี้ และจะเป็นการป้องกันไม่ให้นักลงทุนระยะสั้นเทขายออกมาด้วย

On-chain Insight

Short-Term Holder Cost Basis Model: ถอยกลับมาอยู่ในจุดที่อ่อนแออีกครั้ง

เนื่องจาก Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ได้ ทำให้ตลาดปรับตัวลงเล็กน้อย

ที่ราคา $96,500 เป็นจุดวัดใจระหว่างตลาดกระทิงและตลาดหมี การที่ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าราคานี้ ทำให้โครงสร้างของ Bitcoin ในตอนนี้คล้ายกับช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2018 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตลาดหมี

แนวรับถัดไปคือ -1 Standard Deviation ที่ $83,400 ซึ่งถ้ารับไม่อยู่ อาจทำให้ Bitcoin ลงไปทดสอบแนวรับถัดไปคือ True Market Mean ที่ $80,700 

🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Bitcoin ไม่สามารถขึ้นไปยืนเหนือ $96,500 ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นอีกหนึ่งการยืนยันว่า Bitcoin ได้เข้าสู่ตลาดหมีแล้ว

Short-Term Holders Supply in Profit: อ่อนไหวใกล้แนวรับ

นักลงทุนระยะสั้นจำนวนมากกำลังขาดทุน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคาเป็นอย่างมาก และอาจยอมขายขาดทุนได้ง่าย

มีนักลงทุนระยะสั้นเพียงแค่ 19.5% เท่านั้นที่มีกำไร ซึ่งน้อยกว่าค่ากลางที่ 55% อยู่มาก บอกเป็นนัยได้ว่า Capitulation หรือการแห่เทขายครั้งใหญ่ของนักลงทุนกลุ่มนี้ยังไม่เกิดขึ้น

🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Bitcoin ยังอยู่ในระดับราคานี้ต่อไป อาจทำให้นักลงทุนระยะสั้นเทขายขาดทุนออกมา สร้างแรงกดดันเพิ่มให้กับตลาด

Realized Profit/Loss Ratio: Liquidity is the Key

แนวรับสำคัญของ Bitcoin ในตอนนี้คือ -1 Standard Deviation ที่ $83,400 และ True Market Mean ที่ $80,700 ทำให้ความสนใจถูกผลักไปอยู่ที่สภาพคล่องในตลาด

การที่โครงสร้างของ Bitcoin จะกลับตัวขึ้นไปจริงๆ ควรจะต้องถูกสะท้อนออกมาให้เห็นในรูปแบบของตัวชี้วัด เช่น อัตราส่วนกำไร/ขาดทุน

ในอดีต การกลับตัวที่แข็งแกร่ง จะเกิดขึ้นเมื่อ อัตราส่วนกำไร/ขาดทุน นั้นมากกว่า 5 ซึ่งในตอนนี้อัตราส่วนดังกล่าวมีค่าอยู่ที่ประมาณ 1.8 เท่านั้น

🔴 สัญญาณลบ: Profit/Loss Ratio ในปัจจุบันยังอยู่ห่างจากระดับที่นักลงทุนคาดหวังเอาไว้มาก ตลาดต้องการแรงซื้อจำนวนมาก และสม่ำเสมอเพื่อให้โครงสร้างกลับไปเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

Long and Short-Term Holder Supply in Profit/Loss: Supply ใต้แรงกดดัน

22% ของนักลงทุนทั้งหมดในตลาด ทั้งระยะสั้นและระยะยาว กำลังขาดทุน ซึ่งเหมือนกับช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2018

ในช่วงเวลานั้น สัดส่วนของนักลงทุนที่ขาดทุนจะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากพวก Top-Buyer ได้เข้าซื้อไปหมดแล้ว และเลือกที่จะถือเหรียญเอาไว้

🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: นักลงทุนระยะยาวกลุ่มนี้ กำลังเจอกับแรงกดดันด้านราคาและเวลาที่เพิ่มขึ้น ถ้าหากว่า Bitcoin ร่วงลงไปต่ำกว่า -1 Standard Deviation ที่ $83,400 และ True Market Mean ที่ $80,700 อาจจะกระตุ้นให้นักลงทุนกลุ่มนี้เทขายออกมา ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงขาลงของ Bitcoin ในระยะสั้น-กลาง

Off-Chain Insights

BTC Spot ETFs Net Flows: แรงขายจาก ETFs เริ่มลดลง

Net Flows ของ BTC ETFs เริ่มกลับมาอยู่ในจุดสมดุลอีกครั้ง หลังจากที่มีเงินไหลออกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025

เส้นค่าเฉลี่ยของ BTC ETFs Net Flows เข้าใกล้ศูนย์ แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันจากฝั่งที่ขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะแรงซื้อเริ่มมีเข้ามามากขึ้นและสม่ำเสมอ

แต่การปรับตัวของเส้นค่าเฉลี่ยนั้นยังน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อช่วงต้นปี 2024 และปลายปี 2024 นั้นก็เพราะว่านักลงทุนระดับสถาบันยังคงเข้าซื้ออย่างระมัดระวัง และด้วยราคา BTC ที่ทรงตัวอยู่แม้ Net Flows จะน้อยลง นั้นก็บอกได้ว่า Bitcoin พึ่งพาแรงซื้อจากตลาด Spot มากกว่า ETFs

🟢 สัญญาณบวก: แรงขายเริ่มลดลง และแรงซื้อเพิ่มมากขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวโน้มขาขึ้น แต่ถ้าแรงซื้อไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ BTC เกิดการย่อตัว เนื่องจากขาดแรงกระตุ้นจากสภาพคล่อง ไม่เหมือนกับในอดีต

Cumulative Volume Delta Bias: แรงซื้อในตลาด Spot เริ่มกลับมา

ในหลาย Exchange เริ่มมีแรงซื้อเพิ่มมากขึ้น นำโดย Binace แต่ฝั่ง Coinbase ยังขึ้นลงอยู่ในกรอบแคบๆ ความแตกต่างนี้บอกว่าแรงซื้อที่เพิ่มเข้ามาในตลาดมาจากความต้องการของนักลงทุนทั่วโลกมากกว่านักลงทุนในสหรัฐฯ

🟢 สัญญาณบวก: หากแรงซื้อนี้ยังอยู่ต่อไป จะช่วยสนับสนุนโครงสร้าง และผลักดันราคาให้สูงขึ้นต่อไปได้

Funding Rate Heatmap: ตลาด Futures ยังเงียบเหงาเช่นเคย

Funding Rate ของ Exchange ในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับกลางๆ แม้ว่าราคาจะมีความผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม ตรงนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดมีการใช้ Leverage ลดลลง 

ที่น่าสนใจก็คือ ในบางช่วง Funding Rate ก็มีการปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงความต้องการในการเก็งกำไรของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอยากรวดเร็ว แม้จะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ได้อยู่ถาวร ทำให้เป็นการตอกย้ำว่า ความต้องการในการเก็งกำไรนี้ยังเปราะบาง และหายไปอย่างรวดเร็ว

🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: พอ Funding Rate ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ตลาดจึงพึ่งพาความต้องการของนักลงทุนจากตลาด Spot มากกว่าเพื่อรักษาโครงสร้างของราคาในปัจจุบัน

สรุป

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin อยู่ในจุดวัดใจ โดยมี -1 Standard Deviation ของ Short-Term Holder Cost Basis และ True Market Mean เป็นแนวรับสำคัญ และการที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ได้ จะยิ่งกดดันให้นักลงทุนเทขายออกมา

🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: ตลาด Spot เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของตลาดในตอนนี้ หลังจากที่แรงซื้อกลับมามากกว่าแรงขายใน Exchange ส่วนใหญ่ทั่วโลก

🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: Bitcoin จำเป็นจะต้องขึ้นไปยืนเหนือ Short-Term Holder Cost Basis ให้ได้เร็วๆ นี้ เพื่อไม่ให้นักลงทุนระยะสั้นถูกกดดันด้วยเวลาและราคา หากทำไม่ได้ แรงขายจากนักลงทุนกลุ่มนี้จะยิ่งทำให้โครงสร้างของ Bitcoin อยู่ในขาลงต่อไป

📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:

  • แนวรับหลัก: $83,400 (-1 Standard Deviation)
  • แนวรับรอง: $80,700 (True Market Mean)
  • แนวรับรอง: $74,000 
  • แนวต้านหลัก: $96,500 (Short-Term Holder Cost Basis)
  • แนวต้านสำคัญเพื่อกลับตัว: $110,000 (Supply Zone: Long-Term Holder Cost Basis Distribution Heatmap)

ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode

ดาวน์โหลด
DOWNLOAD FOR FREE!
Sirapop V.

Research ที่เกี่ยวข้อง

Report
ภารกิจตีฝ่าแนวต้าน ที่ล้มเหลวของ Bitcoin
Sirapop V.
January 23, 2026
Report
Bitcoin เริ่มดูดี หลังแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวเริ่มลดลง
Sirapop V.
January 16, 2026
Report
Cryptomind Research Investment Outlook Q1 2026
Research Team
December 29, 2025