
Bitcoin พุ่งทะลุ True Market Mean ที่ 78,100 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ซึ่งแนวต้านถัดไปคือ Short-Term Holder Cost Basis ที่ 80,500 ดอลลาร์
ซึ่งการฟื้นตัวของราคาเข้าสู่โซน 80,000 ดอลลาร์ทำให้นักลงทุนที่พึ่งเข้าซื้อไม่นานมานี้มากกว่า 54% กลับมามีกำไร ซึ่งในอดีต ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหมีกำลังจะจบลง
แต่ Short-Term Holder Realized Profit พุ่งสูงขึ้นถึง 4.4 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง สูงกว่าค่าเฉลี่ยของในตอนที่เกิด Local Top ทุกครั้งของปีนี้มากเกือบ 3 เท่า
แนวต้านระยะสั้นอย่าง True Market Mean ที่ 78,100 ดอลลาร์ได้ถูกทำลายลงแล้ว ทำให้ตอนนี้ Bitcoin กำลังเปลี่ยนผ่านจากตลาดหมีมาทำ Market Structure ที่ Positive มากขึ้น โดยแนวต้านถัดไปในระยะสั้นอยู่ที่ 80,500 ดอลลาร์ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: หลังจากนี้ แรงขายจากนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 60,000 - 70,000 ดอลลาร์จะเริ่มส่งผลต่อโครงสร้างราคา เนื่องจากนักลงทุนกลุ่มนี้เริ่มมีกำไร หรือกลับมาเท่าทุนแล้ว แรงขายของนักลงทุนกลุ่มนี้อาจทำให้เกิด Local Top ในระยะสั้น

หลังจากแนวต้านแรกถูกทำลาย Bitcoin กำลังจะไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่แข็งแรงยิ่งกว่า นั้นก็คือ Short-Term Holder Cost Basis หรือต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นที่เข้าซื้อในช่วง 155 วันที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนกลุ่มนี้ มีบางคนเข้าซื้อแล้วเจอกับ Unrealized Loss ที่ยาวนาน และเมื่อราคาขยับเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาเข้าซื้อ นักลงทุนกลุ่มนี้ก็เริ่มอยากจะขายมากขึ้น ทำให้โซนตรงนี้จะกลายเป็นแรงกดดันกับตลาด
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: ในอดีต Bitcoin จะต้องใช้ความพยายามหลายครั้งเพื่อที่จะทำลายแนวต้านอย่าง Short-Term Holder Cost Basis ทำให้จุดนี้เป็นแนวต้านสำคัญในระยะสั้น

ในขณะที่ Short-Term Holder Cost Basis กำลังทำหน้าที่เป็นแนวต้านในปัจจุบัน เราสามารถดู Percent of Short-Term Holder Supply in Profit เพื่อดูว่าทำไมระดับราคาตรงนี้ถึงสำคัญได้
ซึ่งตอนนี้ ประมาณ 54% ของนักลงทุนระยะสั้นกำลังอยู่ในจุดที่มีกำไร และกำไรตรงนี้อาจสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนระยะสั้นเทขายออกมาได้
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: นี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ Percent of Short-Term Holder Supply in Profit พุ่งขึ้นมาแตะ 54% ซึ่งครั้งก่อน ได้กลายมาเป็นจุด Local Top ของตลาดในระยะสั้น

สิ่งที่เราสามารถใช้ยืนยันว่า Bitcoin หมดแรงจะขึ้นแล้วหรือยัง นั้นก็คือปริมาณการขายของนักลงทุนที่กำลังกำไรอยู่
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของการ Realized Profit ของนักลงทุนระยะสั้น พุ่งทะลุ 4.4 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง
โดยในช่วงก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่ Realized Profit ของนักลงทุนระยะสั้นพุ่งเกิน 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง จะตามมาด้วย Local Top เสมอ และครั้งนี้สูงกว่าครั้งก่อนๆ เกือบ 3 เท่า
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: หากไม่มีปัจจัยมากระตุ้นหรือผลักดันให้ราคา Bitcoin สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นและขึ้นไปต่อได้ เราอาจจะได้เจอกับ Local Top ที่ราคาบริเวณนี้

ค่าเฉลี่ย 7 วันของ US Spot ETF Net Flows เป็นบวกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าสู่เดือนเมษายน หลังจากที่ผ่านช่วง Distribution Phase ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าเม็ดเงินจะไม่ได้เยอะเท่ากับจุดสูงสุดในช่วงปลายปี 2025 แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของทิศทางที่มีความสำคัญ บ่งบอกว่าความต้องการของสถาบันนั้นเริ่มกลับมา
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: ในเชิงโครงสร้าง ETF ยังคงเป็นผู้ซื้อรายสำคัญของตลาด การที่มีแรงซื้อจากฝั่งนี้เข้ามาอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งให้กับ Bitcoin

ความแข็งแกร่งของโครงสร้าง Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก Demand จากตลาด Spot โดยเฉพาะ Binance และกระดานเทรดอื่นๆ ยกเว้น Coinbase
ฝั่งซื้อในทุกกระดานเทรดเต็มไปด้วยความคึกคัก ต่างจาก Coinbase ที่ค่อนข้างเงียบเหงา
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: หากแรงซื้อจากฝั่ง Coinbase สามารถกลับมาอยู่ในจุดเดียวกับกระดานเทรดอื่นๆ ได้ ก็จะผลักดันให้ราคาไปต่อได้อีก

Funding Rates ในตลาด Perpetual ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่องในเกือบจะทุกกระดานเทรด
นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกเปิดสถานะ Short เพื่อป้องกันความเสี่ยง ต่างจากช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2025
Funding Rates ที่ติดลบตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนสะท้อนว่านักลงทุนเลือกที่จะป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรในฝั่ง Short มากกว่า
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: การเปิด Short ที่มากเกินไปอาจกลายมาเป็นเชื้อเพลงให้เกิด Short Squeeze และผลักดันราคา Bitcoin ให้ทำลายแนวต้านถัดไปได้

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin พังแนวต้านแรกได้แล้ว แนวต้านถัดไปอยู่ที่บริเวณ 80,500 ดอลลาร์ และมีโอกาสที่จะเจอกับ Local Top บริเวณนี้
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: นอกจากนักลงทุนรายย่อยที่เป็นผู้ซื้อหลัก นักลงทุนระดับสถาบันก็กลับมาแล้วเช่นกัน
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: บริเวณราคาตรงนี้คือจุดที่นักลงทุนระยะสั้นอาจขายทำกำไร สร้างแรงกดดันให้กับโครงสร้างราคา
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
