
เศรษฐกิจมหภาคตึงตัวขึ้นอย่างมาก โดยในปัจจุบัน ตลากำลังเผชิญกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น, อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มกลับมาจากวิกฤตพลังงาน
ดัชนี DXY พุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งทะลุ 4.6% และอายุ 30 ปีก็ใกล้จะทำจุดสูงสุดในรอบหลายปี
การดีดตัวขึ้นของราคาไป 82,000 ดอลลาร์ ถือเป็นการฟื้นตัวเหนือระดับ True Market Mean ที่ 78,300 ดอลลาร์ที่น่าสนใจ ซึ่งในอดีต True Market Mean ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างตลาดหมีกับตลาดกระทิง
ในช่วงก่อนเข้าสู่ตลาดกระทิง จะเป็นจะต้องมีการสะสมพลัง (Consolidation) อย่างต่อเนื่องในบริเวณ True Market Mean ซึ่งอาจจะกินระยะเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ก่อนที่จะสามาถยืนยันการเปลี่ยนจากตลาดหมีไปสูงตลาดกระทิงได้
การที่ราคาพุ่งทะลุ True Market Mean ขึ้นมาได้เพียงครั้งเดียว แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังไม่เข้าเงื่อนไขในการเปลี่ยนไปสู่ตลาดกระทิง
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: การย่อตัวที่ลึกกว่านี้จากระดับปัจจุบัน จะทำให้การดีดตัวขึ้นของราคาในช่วงที่ผ่านมาถูกมองว่าเป็นเพียง Local Top ในตลาดหมีเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลายครั้งในตลาดหมีครั้งก่อนหน้า

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันของ Realized Profit/Loss พุ่งจากจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ 0.4 ไปเป็น 1.8 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งฟังดูอาจจะเป็นเรื่องดีเพราะมันหมายความว่า จากปกติที่นักลงทุนขายขาดทุน เปลี่ยนมาเป็นขายเพื่อทำกำไร
แต่การที่ตลาดไม่สามารถรักษาโครงสร้างขาขึ้นเอาไว้ได้ ท่ามกลางการขายทำกำไรของนักลงทุน บ่งบอกว่า Demand ยังไม่ได้กลับมามากพอจนสามารถรองรับแรงขายเอาไว้ได้
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: โครงสร้างราคาของ Bitcoin จำเป็นจะต้องรักษาระดับนี้เอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ โดยที่ Realized Profit/Loss จะต้องไม่กลับไปเป็นลบ เพื่อให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา

พอราคาหลุดลงมาต่ำกว่า True Market Mean ทำให้ Realized Price by Age ได้กลายมาเป็นกรอบแนวรับและแนวต้านในระยะสั้น
ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 30 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 78,200 ดอลลาร์ซึ่งตอนนี้ได้กลายมาเป็นแนวต้าน ส่วนต้นทุนของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในช่วงประมาณ 71,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับในระยะสั้น
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: ต้นทุนของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมาคือแนวรับที่เป็นไปได้ว่าจะถูกทดสอบในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนกลุ่มนี้กำลังมีกำไรน้อยลงเรื่อยๆ ในช่วงที่ราคาค่อยๆ ปรับตัวลง และกำลังเจอกับความกดดันว่าควรจะขายเลยดีไหมเพื่อปกป้องกำไรเอาไว้ หรือถือต่อไป

ข้อมูลจากตลาด Spot ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Demand ในกระดานเทรดทุกกระดานยังอ่อนแอ โดย Spot CVD กลับมาติดลบอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ราคาหลุด 80,000 ดอลลาร์ลงมา
แต่เมื่อเร็วๆ นี้ Spot CVD ใน Binance มีการฟื้นตัวเล็กน้อย ส่วนใน Coinbase ยังดูซบเซา ซึ่งหมายความว่า Demand จากนักลงทุนรายย่อยเริ่มกลับมา ส่วนนักลงทุนระดับสถาบันนั้นยังรอดูท่าทีอยู่
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: แม้ว่าโครงสร้างของ Bitcoin จะยังดูแข็งแกร่ง แต่ข้อมูล Spot Positioning ล่าสุดกำลังบอกเราว่า การเข้าซื้อสะสม (Accumulation Phase) ครั้งใหม่ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งเราต้องรอให้ Demand จากนักลงทุนระดับสถาบันในสหรัฐฯ กลับมา

Open Interest ในตลาด CME Futures ยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโตขึ้นมาพร้อมๆ กับช่วงที่ Bitcoin ค่อยๆ ฟื้นตัวมาบริเวณ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งบ่งบอกว่า นักลงทุนระดับสถาบันกำลังกลับเข้ามาเพิ่ม Exposure ของตัวเองหลังจากมีการล้างสถานะครั้งใหญ่ไปช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ส่วน US Spot ETF เริ่มลดความร้อนแรงลง โดยการเปลี่ยนของของ Asset Undet Management ของ US Spot ETF ในปัจจุบันแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเทียบกับเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
การเพิ่มขึ้นของ Positions ใน CME Futures บ่งบอกว่านักลงทุนระดับสถาบันยังคงมีส่วนร่วมอยู่ในตลาด แต่ Demand ของนักลงทุนกลุ่มนี้ที่เข้าผ่าน Spot ETF นั้นค่อยๆ อ่อนแอลง
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: ตอนนี้ตลาดที่ถูกขับเคลื่อนด้วย Positions ในตลาด Futures แทนที่จะเป็น Demand จากฝั่งตลาด Spot ทำให้ความผันผวนในช่วงนี้อาจจะมาขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า และการเพิ่มขึ้นของการใช้ Leverage อาจนำไปสู่ Liquidation Event ในที่สุด

ข้อมูล Order-flow ล่าสุดบอกว่าการย่อตัวของราคาในช่วงที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนด้วยฝั่ง Spot เป็นหลัก ส่วน Futures Open Interest ลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับครั้งล่าสุดที่ Bitcoin ซื้อขายในกรอบราคานี้
ในขณะที่ Spot CVD อ่อนแอลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วกว่า Futures CVD มาก สิ่งนี้บอกว่าขาลงในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการขาย Spot อย่างต่อเนื่องมากกว่าการเปิดสถานะ Short อย่างรุนแรง
Funding rates แทนที่จะปรับตัวลดลงควบคู่ไปกับราคาที่ปรับตัวลง แต่ Funding กลับยังคงเป็นบวกและเมื่อเร็ว ๆ นี้เริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งส่งสัญญาณว่านักลงทุนที่เปิด Leverage Long ยังคงยอมจ่ายเงินเพื่อรักษาสถานะของตัวเองเอาไว้ท่ามกลางความอ่อนแอของราคา
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: พอเรานับมารวมกัน มันสะท้อนว่าตลาดกำลังแบก Long Position ไว้จำนวนมาก ในขณะที่ตลาด Spot อ่อนแอลง ซึ่งเป็นสภาวะที่จะถูกคลี่คลายได้สองทาง คือตลาด Spot กลับมามีแรงซื้ออีกครั้ง หรือเกิด Liquidation Event ล้างสถานะคนที่ใช้ Leverage

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือ True Market Mean ได้ ทำให้ราคาบริเวณนั้นกลายมาเป็นแนวต้านในระยะสั้น โดยมีต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมาเป็นแนวรับ
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: ตอนนี้ราคาของ Bitcoin ถูกผลักดันโดยตลาด Future ในจังหวะที่แรงซื้อจากตลาด Spot ยังอ่อนแอ
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ตลาด Spot และ US ETF ที่เป็นปัจจัยหลักในการผลักดันราคาในช่วงก่อนหน้านี้ได้อ่อนแรงลง ทำให้ราคา Bitcoin อาจย่อตัวลงได้อีก
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
