
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรามองว่า True Market Mean และต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น คือแนวต้านสำหรับการฟื้นตัวในรอบนี้
ในช่วงที่ผ่านมา การขายทำกำไรของนักลงทุนระยะสั้นได้พุ่งสูงขึ้นถึงจุดที่มักจะทำให้เกิด Local Top
ปัจจุบัน Bitcoin ไม่สามารถพุ่งผ่านแนวต้านอย่าง True Market Mean ที่ 78,000 ดอลลาร์ และ Short-Term Holder Cost Basis ที่ 79,000 ดอลลาร์ไปได้
เพราะเมื่อราคาขยับเข้ามาใกล้ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น พวกเขาก็เลือกที่จะขายออกมา ส่งผลให้ขาขึ้นหมดแรง
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: การที่ไม่สามารถทำลายแนวต้านนี้ไปได้ ทำให้แนวโน้มในระยะสั้น - กลางมองว่าจะเป็นขาลงหรือย่อตัว อาจลงไปได้ถึง -1 Standard Deviation ของ Short-Term Holder Cost Basis Model ที่ประมาณ 68,000 ดอลลาร์

ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 24 ชั่วโมงของ Short-Term Holder Realized Profit ได้เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงเมื่อราคาขยับเข้าไปใกล้ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนมากถึง 4 เท่า
นั้นหมายความว่า นักลงทุนระยะสั้น ได้ใช้การดีดตัวขึ้นของราคาในช่วงที่ผ่านมาในการขายเมื่อราคากลับเข้ามาใกล้ต้นทุนของตัวเอง หรือทำกำไรเพียงเล็กน้อย
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: สภาพคล่องของตลาดในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะรองรับการขายของนักลงทุนระยะสั้นกลุ่มนี้ได้ ทำให้ Bitcoin ไม่สามารถพุ่งผ่านแนวต้านไปได้ และบริเวณนี้อาจกลายเป็นจุด Local Top

การที่ราคาไม่สามารถทำลายแนวต้านอย่าง True Market Mean และ Short-Term Holder Cost Basis ไปได้ แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างราคาของ Bitcoin ยังอ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลังจากนี้ราคาจะกลับไปเป็นขาลง
ในช่วงที่ผ่านมา มีการเข้าซื้ออย่างหนาแน่นในช่วง 65,000 - 70,000 ดอลลาร์ สะท้อนว่านักลงทุนมีความเชื่อมันสูงกับระดับราคาตรงนี้ และอาจถูกใช้เป็นแรงส่งเพื่อพุ่งไปหา Supply Cluster บริเวณ 84,000 ดอลลาร์
ส่วนอีกทาางหนึ่ง หากตลาดไม่สามารถดูดซับแรงขายจากบริเวณ True Market Mean ได้ ราคาก็อาจจะลงไปทดสอบบริเวณ -1 Standard Deviation ของ Short-Term Holder Cost Basis ที่บริเวณ 68,000 ดอลลาร์
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: เพื่อให้การฟื้นตัวนั้นแข็งแรงจนสามารถกลับหน้าไปเป็นตลาดกระทิงได้ ตลาดต้องมี Demand เข้ามารองรับแรงขายตรงนี้ให้ได้ และต้องทำให้ราคายืนเหนือ True Market Mean ที่ 78,100 ดอลลาร์

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Spot Volume Delta ติดลบอย่างหนัก สะท้อนถึงแรงขายที่มากกว่าแรงซื้อในกระดานเทรดทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60,000 - 70,000 ดอลลาร์
แต่ข้อมูลล่าสุด ค่าเฉลี่ย 7 วันของ Spot Volume Delta เริ่มกลับมาอยู่ตรงกลาง และเป็นบวกในบางช่วงเวลา ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าความกดดันจากแรงขายเริ่มหายไป และแรงซื้อค่อยๆ กลับมาแล้ว
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตามอง แม้จะไม่ใช่การเข้าซื้อที่รุนแรง แต่เป็นสัญญาณว่า Demand ในตลาด Spot เริ่มดีขึ้น และอาจนำไปสู่การฟื้นตัวของราคาที่ยั่งยืน

การเปิดสถานะซื้อขายของนักลงทุนระดับสถาบันเริ่มทรงตัว ทั้ง Open Interest ใน CME และ AUM ของ US Spot ETF แสดงสัญญาณฟื้นตัวหลังจากก่อนหน้านี้มี Outflow ไหลออกจำนวนมาก
AUM ของ US Spot ETF ดีดตัวขึ้นมาจากโซนติดลบ และ Open Interest ก็กำลังสร้านฐานราคา
ก่อนหน้านี้ที่ AUM ของ US Spot ETF ลดลงก็เป็นเพราะการ Risk-off ของนักลงทุนระดับสถาบัน และการเพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เป็นสัญญาณของการเข้าซื้อครั้งใหม่ แต่ยังเป็นแบบระมัดระวัง ไม่ใช่เข้าซื้ออย่างหนักและรุนแรง
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: หลังจากนี้ถ้าจะให้การฟื้นตัวของราคาเป็นไปได้อย่างแข็งแกร่ง จำเป็นจะต้องมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับตอนนี้ ข้อมูลส่งสัญญาณถึงการกลับเข้ามาของนักลงทุนระดับสถาบันในระยะแรกเริ่มเท่านั้น แต่ความเชื่อมั่นยังไม่กลับมาแบบเต็มที่

Premium ในตลาด Perpetual ได้ร่วงติดลบมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่นักลงทุน มองไปทางฝั่ง Short ลึกและนานที่สุดจากที่เคยเก็บข้อมูลมา
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่จะร่วงลงต่ำกว่าศูนย์แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
Discount ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในตอนนี้มาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความอ่อนแอของโครงสร้างราคาที่กระตุ้นให้นักลงทุนเลือกที่จะป้องกันความเสี่ยงด้วยการ Hedging ผ่านการเปิด Short
🟡 สัญญาณที่ต้องจับตามอง: สัญญาณแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง และมักจะเกิดก่อนตลาดจะเลือกทาง ตลาดอาจจะเกิด Short Squeeze ได้หากความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือ Demand ในตลาด Spot เพิ่มขึ้น

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: ตรงนี้อาจกลายเป็น Local Top และราคาอาจปรับตัวลงไปแนวรับด้านล่าง
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: นักลงทุนระดับสถาบันเริ่มส่งสัญญาณการกลับเข้ามาซื้อ
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ข้อมูลหลายตัวแสดงให้เห็นว่าอาจมีการย่อตัวในระยะสั้น - กลาง เนื่องจากนักลงทุนระยะสั้นที่เป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคามากที่สุด ได้ทำการเทขายออกมาเมื่อมีกำไรเพียงเล็กน้อยหรือกลับมาเท่าทุน
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
