
Bitcoin ยังอยู่ในช่วงปรับฐานที่มีความผันผวนต่ำ โดยกรอบราคาที่ค่อยๆ บีบตัวแคบลงเรื่อยทำให้ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ถูกบดบังและขาดทิศทางที่ชัดเจน
เงินทุนจากสถาบันเริ่มทรงตัวหลังจากผ่านช่วงลดความเสี่ยงมา แต่การเข้าซื้อของนักลงทุนกลุ่มนี้ยังไม่สม่ำเสมอ และขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลามากกว่า
ตลาด Spot เริ่มกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง โดยใน Binance และภาพรวมของ Exchange ทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนมาอยู่ฝั่งซื้อ ในขณะที่แรงขายจาก Coinbase เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การเด้งขึ้นมาถึงบริเวณ $96,000-$97,000 เกิดจากการ Short Squeeze ในตลาด Derivatives ที่มีปริมาณการซื้อขายที่ต่ำ
ในภาพรวม ทิศทางของตลาดจะยังคงขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง และสถานะของนักลงทุนในตลาด Derivatives จนกว่าแรงซื้อในตลาด Spot จะกลับมาสม่ำเสมอ
Bitcoin เริ่มต้นปี 2026 ด้วยแนวโน้มที่ดี มีการทำ Higher Highs สองครั้งติดต่อกัน และได้ผลักดันราคาขึ้นมาอยู่บริเวณ $95,600
แต่การปรับตัวขึ้นมาครั้งนี้ได้ทำให้ Bitcoin มาเจอกับ Supply Zone ที่สำคัญ โดยบริเวณนี้เป็นกลุ่มก้อนที่มีนักลงทุนระยะยาวจำนวนมากเข้าซื้อสะสมเมื่อช่วงเดือนเมษายน-กรกฎาคม 2025 และมันได้กลาย
ซึ่งจากกราฟ Long-Term Holder Cost Basis Distribution Heatmap จะเห็นได้ว่า การดีดตัวขึ้นมาของ Bitcoin ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 มักจะถูกหยุดเอาไว้ด้วยก้อน Supply Zone ตรงนี้เสมอ (ช่วงราคาประมาณ $93,000-$110,000
ความพยายามที่จะขึ้นไปสูงกว่า Supply Zone นี้มักจะเจอกับแรงขายครั้งใหม่ ทำให้โครงสร้างราคายังไม่สามารถฟื้นตัวได้
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Bitcoin ยังไม่สามารถทำลายก้อน Supply Zone นี้ได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวลงไปอีกครั้ง

พอ Bitcoin เจอกับแรงขายจากนักลงทุนระยะยาว ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น (เส้นสีน้ำเงิน) กลายเป็นจุดที่น่าสนใจ ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ประมาณ $98,300
🟢 สัญญาณบวก: ถ้าหาก Bitcoin สามารถยืนเหนือต้นทุนของนักลงทุนระยะสั้นได้ จะเป้นสัญญาณว่าเรามี Demand ใหม่ๆ เข้ามาดูดซับแรงขายจากนักลงทุนระยะยาว และโดยปกติแล้วการกลับมายืนเหนือต้นทุนของนักลงทุนระยะสั้นจะเป็นสัญญาณยืนยันการเข้าสู่ขาขึ้นต่อไป
แต่ถ้าหากไม่สามารถทำได้ นักลงทุนระยะสั้นอาจเทขายหนีตายได้ การยืนเหนือ $98,300 ให้ได้จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมา

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในตอนนี้ราคาของ Bitcoin ได้ขึ้นมาอยู่บริเวณ Supply Zone ที่เกิดจากนักลงทุนระยะยาว
โดยในปัจจุบัน นักลงทุนระยะยาวยังคงทำการเทขายอยู่ แต่การเทขายนั้นลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2025
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: เผื่อให้โครงสร้างของ Bitcoin เปลี่ยนไปเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ตอนนี้ตลาดต้องการให้ “จำนวนเหรียญที่นักลงทุนระยะสั้นถือมานานจนกลายเป็นนักลงทุนระยะยาว” มีจำนวนมากกว่า “จำนวนเหรียญที่นักลงทุนระยะยาวในปัจจุบันขายออกมา” ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2022 - กันยายน 2023 และช่วงเดือนมีนาคม 2024 - กรกฎาคม 2025 ซึ่งทั้งสองครั้งได้ทำให้ Bitcoin เข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง

นักลงทุนระยะยาวที่เข้าสะสมของมาจากช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ยังคงเป็นแรงขายที่เราควรจะต้องกังวลมากที่สุด แต่จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการเทขายค่อยๆ ลดน้อยลงแล้ว
ตอนนี้นักลงทุนระยะยาวได้ขายทำกำไรประมาณ 12,800 BTC ต่อสัปดาห์ ซึ่งลดลงมาอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่สูงถึง 100,000 BTC ต่อสัปดาห์
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: สิ่งที่ต้องจับตาคือแรงซื้อจะสามารถดูดซับแรงขายที่เหลือได้หรือไม่ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ True Market Mean ที่ประมาณ $81,000 ได้ จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเทขายครั้งใหญ่ คล้ายกับช่วงปี 2022-2023

Balance-Sheet ของสถาบันได้ทำการรีเซ็ตตัวเรียบร้อยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่เราได้เจอกับ outflows ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทั้งจาก ETF และบริษัทมหาชน ในตอนนี้แรงขายจากนักลงทุนระยะยาวกลุ่มนี้ได้เริ่มหมดแรงแล้ว
Spot Bitcoin ETF เป็นกลุ่มแรกที่ตัวเลข Netflow กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ส่วนในกลุ่มบริษัทมหาชนก็มีแรงซื้อเข้ามาบ้าง แต่ก็ยังไม่สม่ำเสมอ
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ตอนนี้แรงซื้อจากทั้ง ETF และบริษัทมหาชนยังคงเป็นเพียงตัวช่วยพยุงราคาเท่านั้น ยังไม่ได้มีสัญญาณของการเปลี่ยนเป็นตัวผลักดันราคา

พฤติกรรมของนักลงทุนในตลาด Spot เริ่มดีขึ้น โดยฝั่ง Binance และ Exchange อื่นๆ ในภาพรวม เริ่มเปลี่ยนกลับมาเป็นฝั่งซื้อมากขึ้น ส่วนแรงขายจากฝั่ง Coinbase ที่เป็นเหมือนตัวแทนของนักลงทุนระดับสถาบันในสหรัฐฯ ก็เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
🟢 สัญญาณบวก: ถึงแม้ภาพรวมของตลาด Spot จะยังไม่แสดงให้เห็นถึงการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่การเปลี่ยนจากฝั่งขายมาเป็นฝั่งซื้อของ Exchange ต่างๆ ในภาพรวมถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนโครงสร้างกลับมาเป็นขาขึ้นที่ดี

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bitcoin พุ่งขึ้นมาบริเวณ $96,000-$97,000 เกิดจากนักลงทุนขา Short ถูกล้างสถานะไป
แต่มันเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด Futures มีปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างน้อย ยอด Turnover ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติมาก
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: การพุ่งขึ้นมาในช่วงที่มีสภาพคล่องเบาบาง ราคาขยับเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลต่อสถานะของนักลงทุนในตลาดได้มาก ทำให้เกิดคำถามที่ว่า แรงซื้อในตลาด Spot จะเข้ามาช่วยสานต่อการพุ่งขึ้นของราคาในปัจจุบันได้หรือไม่ เมื่อแรงซื้อจาก Short Liquidations หมดลง

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin ขยับขึ้นมาอยู่ในกรอบราคาที่มีความผันผวนต่ำ และทิศทางยังไม่ชัดเจน โดยต้องอาศัยสภาพคล่องและแรงซื้อจากตลาด Spot เพื่อยืนยันการกลับตัวมาเป็นขาขึ้นที่แข็งแรง
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: ตลาด Spot ส่งสัญญาณฟื้นตัว หลักจากที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาซื้อมากกว่าขาย ประกอบกับแรงขายจากนักลงทุนระยะยาวที่ยังกำไรอยู่เริ่มลดลงอย่างมาก
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: Short-Term Holder Cost Basis ที่ $98,300 ได้กลายมาเป็นแนวต้านที่สำคัญ เช่นเดียวกันกับขอบบนของ Supply Zone ก้อนใหญ่ที่บริเวณ $110,000 โดย Bitcoin จำเป็นจะต้องฝ่าด่านทั้งสองไปให้ได้ เผื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้นักลงทุนระยะสั้นยอมแพ้ และทำการเทขายออกมาซ้ำเติม
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
