
ในภาพรวม เหมือนเป็นการยืนยันแล้วว่า ตอนนี้ Bitcoin เข้าสู่ช่วงตลาดหมีแบบเต็มตัว
True Market Mean ที่เป็นค่าเฉลี่ยของราคา Bitcoin ทั้งหมดในตลาดที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่เป็นเหมือนแนวรับสุดท้ายของโครงสร้างในช่วงที่ผ่านมา
การที่ตอนนี้ราคาร่วงลงมาต่ำกว่า True Market Mean เป็นการยืนยันว่าตลาดมีโครงสร้างเหมือนกับช่วงต้นปี 2022 ที่ Bitcoin ได้เปลี่ยนมาอยู่ในตลาดหมีเรียบร้อยแล้ว
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ตอนนี้ True Market Mean ที่ $80,200 ได้เปลี่ยนจากแนวรับกลายมาเป็นแนวต้าน และ Realized Price ที่ 55,800 คือแนวรับ โดยในอดีต จุดนี้เป็นจุดที่นักลงทุนระยะยาวจะเริ่มกลับมาเข้าซื้ออีกครั้ง

ตอนนี้โครงสร้าง Bitcoin ได้ถูกรีเซ็ต และความสนใจตอนนี้อยู่ที่การสร้างฐานราคาในโครงสร้างขาลงที่อาจลึกและกินระยะเวลานาน แต่ก็มีข้อมูลหลายตัวบอกว่าอาจมี Demand ระยะสั้นเข้ามาในช่วงนี้
URPD แสดงให้เห็นว่านักลงทุนหน้าใหม่เข้าซื้อไปที่บริเวณ $70,000 - $80,000 ซึ่งจะกลายมาเป็นแนวต้านในระยะสั้น และในโซน $66,900 - $70,600 ที่เคยเป็นโซนที่มีความหน่าแน่นของอุปทาน ทำให้ตรงนี้ก็กลายเป็นแนวต้านแล้วเช่นกัน
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ในโซน $66,900 - $70,600 ถือเป็นแนวต้านแรกของ Bitcoin โดยมีแนวรับสำคัญรออยู่ที่ Realized Price

ค่าเฉลี่ยของ Realized Loss ในช่วง 30 วันที่ผ่านเพิ่มสูงถึง 1,096 ล้านดอลลาร์ต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงความกลัวและความผิดหวังของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ราคาหลุดลงมาต่ำกว่า True Market Mean
แค่ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ได้เพิ่มเป็น 2,290 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังมีความกลัวอย่างมากหลังราคาของ Bitcoin ร่วงลงมาต่ำกว่า True Market Mean
🟢 สัญญาณบวก: การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Realized Loss มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฝั่งขายเริ่มจะหมดแรง ซึ่งทำให้แรงกดดันจะค่อยๆ หายไป

ถ้าเราลองย้อนกลับไปดูการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง หรือ Relative Unrealized Loss กับจุดต่ำสุดในตลาดหมี จะเห็นได้ว่าจุดต่ำสุดจะเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin ประมาณ 65-70% ในตลาดกำลังขาดทุนอยู่
🔴 สัญญาณลบ: ตอนนี้ Relative Unrealize Loss อยู่ที่ค่าเฉลี่ยประมาณ 0.245 เท่านั้น หมายถึง มี Bitcoin ประมาณ 24.5% ในตลาดที่อยู่ในสถานะขาดทุน เรียกได้ว่ายังอีกไกลกว่าจะถึงจุดต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

เนื่องจาก Bitcoin ย่อตัวลงอย่างรุนแรง ทำให้ Netflow จากฝั่ง DAT เปลี่ยนกลับมาไหลออกอีกครั้ง ส่วนกระแสเงินจาก Spot ETFs ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
จากที่ก่อนหน้านี้ Netflow จากฝั่งสถาบันไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ช่วยดูดซับแรงขายได้ประมาณหน่ง แต่ตอนนี้กลับฝั่งมาเป็นลบ ซึ่งยืนยันว่าตลาดกำลังไม่สามารถดึงดูดเงินทุนใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่องได้
🔴 สัญญาณลบ: พอ Demand จากฝั่งสถาบันหายไป ทำให้ความเสี่ยงของขาลงจะยังมีอยู่ และการดีดตัวขึ้นของ Bitcoin ก็จะต้องเจอกับแนวต้าน จนกว่าจะมีเงินไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง

ปริมาณการซื้อขายในตลาด Spot ยังอ่อนแออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าราคาของ Bitcoin จะร่วงมาอยู่ที่ $64,000 แล้วก็ตาม ซึ่งตรงนี้เรียกว่า Demand Vacuum คือแรงกดดันจากฝั่งขาย ไม่มีแรงซื้อเข้ามารับไว้อย่างต่อเนื่อง
ในอดีต การกลับตัวของโครงสร้างที่ดีมักเกิดขึ้นในตอนที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมี Demand ใหม่ๆ เข้ามา แต่ตอนนี้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นแค่เล็กน้อยเท่านั้นในช่วงที่ Bitcoin ยังเป็นขาลง
🔴 สัญญาณลบ: ด้วยสภาพคล่องที่ยังเบาบาง ทำให้ราคายังมีความเสี่ยงที่จะร่วงลงต่อไป เพราะแม้แต่การขายที่ไม่ได้รุนแรงก็สามารถส่งผลกระทบต่อตลาดได้แล้ว

เกิดการ Liquidation อย่างรุนแรงในตลาด Futures โดยเฉพาะในฝั่ง Long ทำให้ราคาร่วงมาอยู่ต่ำกว่า $70,000
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่ผ่านมา มีการ Liquidation ที่น้อยมากๆ ทำให้เราพอจะรู้ได้ว่า ค่อยๆ มีการเปิดสถานะด้วยการใช้ Leverage และมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมกราคม
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หลังจากนี้ ความสามารถในการทรงตัวของราคา Bitcoin จะขึ้นอยู่กับว่าการรีเซ็ต Leverage นั้นเพียงพอที่จะกำจัดกลุ่ม Overleverage หรือไม่ หรือจำเป็นจะต้องมี Liquidation เพิ่มไปมากกว่านี้อีก

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin หลุดเกือบทุกแนวรับมาแล้วในตอนนี้ เหลือด่านสุดท้ายก็คือ Realized Price ที่ $55,800 ส่วนแนวรับเก่าๆ ได้กลายมาเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งแทน
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: Realized Loss ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าแรงกดดันจากฝั่งขายใกล้จะหมดลงแล้ว
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ตอนนี้ Bitcoin เข้าสู่ช่วงตลาดหมีแบบเต็มตัว และมีแนวรับเหลืออยู่แค่แนวเดียวคือ Realized Price ที่ถึงแม้จะลงไปไม่ถึง แต่ Bitcoin ก็อาจใช้เวลาวนเวียนอยู่ในโซนด้านล่างนี้นาน
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
