
ในภาพรวม Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาเดิม แต่ความผันผวนเริ่มลดลง และมีนักลงทุนเปิด Short เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ จำนวน inflow ที่ไหลเข้า Spot ETF ทำให้ Bitcoin เริ่มทรงตัวได้
Bitcoin ใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนในการสะสมพลังภายในกรอบ 62,800 – 72,600 ดอลลาร์ โดยมีความพยายามหลายครั้งที่จะขึ้นไปยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์แต่ก็ล้มเหลว
ทุกการพุ่งขึ้นไปจะเจอนักลงทุนที่ขายทำกำไรประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ทำให้ตลาดตอนนี้อยู่ในโหมดขายทำกำไรตามจังหวะตลาดมากกว่าที่จะถือยาว
ในจังหวะที่ไม่มีปัจจัยภายนอกที่รุนแรง กรอบราคาระหว่าง Realized Price ที่ 54,400 ดอลลาร์ และ 78,400 ดอลลาร์ จะช่วยสนับสนุบการฟื้นตัวระยะสั้นในตลาดหมี
🟢 สัญญาณบวก: ยิ่ง Accumulation cluster สะสมตัวนานมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้การพุ่งขึ้นของราคา แข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น

จุดกึ่งกลางระหว่าง Realized Price กับ True Market Mean ได้เริ่มมี Accumulation Cluster ก่อตัวขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่าง แต่แรงซื้อที่มีเข้ามาเรียกได้ว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ Accumulation Cluster รอบก่อนหน้าที่เคยดันราคาไปทำ ATH
ในตอนนั้นเงินทุนที่ไหลเข้ามามีจำนวนเยอะกว่า ส่วนในรอบปัจจุบัน ยังแสดงให้เห็นถึงความลังเลของนักลงทุน
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: แม้ว่า Accumulation Cluster ก่อตัวขึ้น และจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาในตลาดหมี แต่ Cluster นี้ก็ไม่ได้มีความก็ไม่ได้แข็งแรงมากนัก

สิ่งที่มาซ้ำเติม Cluster ที่อ่อนแอคือความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนหน้าใหม่ โดยตอนนี้ค่าเฉลี่ย 7 วันของ BTC Short-Term Spent Output Profit Ratio หรือ STH-SOPR อยู่ต่ำกว่า 1 มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 0.985 นั้นหมายความว่า นักลงทุนที่พึ่งเข้าซื้อเมื่อไม่นานมานี้ยังขาดทุน
ซึ่งสถานการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นในตลาดหมี และใช้เวลานานในการสร้างฐานราคาก่อนที่จะกลับเข้าสู่ปกติ
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: โดยปกติแล้ว STH-SOPR ที่มากกว่า 1 จะบ่งบอกว่าตลาดเข้าสู่จุด Local Top แล้ว เนื่องจากนักลงทุนที่พึ่งซื้อมักจะขายทำกำไรออกไป ตอนนี้ STH-SOPR ยังต่ำกว่า 1 นั้นหมายความว่าเรายังไม่เจอ Rally Relief ในตลาดหมีเลย

ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกอย่างต่อเนื่อง โดยในตอนนั้น ค่าเฉลี่ย 7 วันของ Net Flows ติดลบ ในขณะที่ราคา Bitcoin ล่วงไปต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ สะท้อนถึงสภาวะ De-risk ของนักลงทุนในระดับสถาบัน
แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแรงซื้อไหลกลับเข้ามาอย่างรุนแรง ส่งผลให้ค่าเฉลี่ย 7 วันของ Net Flows กลับมาเป็นบวก สิ่งนี้คือหนึ่งในแรงกระตุ้นที่สำคัญของการฟื้นตัวในตลาดหมี เพราะเป็นสัญญาณว่านักลงทุนระดับสถาบันเริ่มกลับเข้ามาแล้ว
🟢 สัญญาณบวก: ถึงแม้แรงซื้อจาก Spot Bitcoin ETF จะยังไม่ได้ทำให้โครงสร้างของราคาเปลี่ยนไป แต่ถ้า Net Flows ยังเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้จะกลายเป็นฐานให้กับตลาด Spot ได้

ก่อนหน้านี้ ตลาด Spot เจอกับแรงกดดันจากฝั่งขายที่รุนแรง จนทำให้ Bitcoin ร่วงลงไปอยู่ในกรอบ 60,000 - 70,000 ดอลลาร์
แต่ในช่วงสัปดาห์ผ่านมา Spot CVD เริ่มปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ฝั่งซื้อเริ่มเข้ามาดูดซับ Liquidity จากฝั่งขาย โดยในรอบนี้ Spot CVD ฟื้นตัวในกระดานเทรดทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่ใน Binance หรือ Coinbase
🟢 สัญญาณบวก: ความแข็งแกร่งของฝั่งซื้อที่ต่อเนื่องจะเป็นตัวช่วยยืนยันถึงการฟื้นตัวของราคาในช่วงตลาดหมี

Funding Rate ในตลาด Futures กลับมาเป็นลบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของฝั่ง Short ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin ร่วงลงไปต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์
การเพิ่มขึ้นของฝั่ง Short ที่หนาแน่นอาจทำให้เกิดการ Short-Squeeze ได้หากในตลาด Spot มีแรงซื้อที่มากพอ
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Demand ในตลาด Spot ยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง การเพิม่ขึ้นของฝั่ง Short ในตลาด Future จะเพิ่มโอกาสในการเกิด Short squeeze

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นมาในระยะสั้น ความรุนแรงของการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับแรงซื้อ และจำนวนสถานะฝั่ง Short ที่ถูกบังคับปิดให้สถานะ
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: Netflows ในฝั่งตลาด Spot และ ETF กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง บ่งบอกว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับมา
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: การฟื้นตัวของราคาในระยะสั้นนั้น จะเป็นเพียง rally relief ในตลาดหมีเท่านั้น จนกว่าจะมีแรงซื้อที่มากพอจนทำให้โครงสร้างของราคาเปลี่ยนไป
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
