
ในภาพรวม Bitcoin กำลังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า Structurally Defensive ที่ราคาอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้านสำคัญ
แม้จะมีแรงซื้อ แต่แนวต้านจากกลุ่มนักลงทุนที่กำลังขาดทุนอยู่ บวกกับปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนระดับสถาบัน หรือความต้องการป้องกันความเสี่ยงที่พุ่งสูงในตลาด Options ทำให้สรุปได้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงหาจุดที่สมดุลภายใต้แรงกดดันดังกล่าว
ตั้งแต่ที่ Bitcoin ทำ ATH ใหม่ได้ในเดือนตุลาคม ตอนนี้โครงสรา้งของตลาดได้ผ่านมา 3 ช่วงแล้วคือ
Bitcoin ในกรอบราคาระหว่าง True Market Mean ที่ 79,200 ดอลลาร์กับ Realized Price ที่ 55,000 ดอลลาร์ มีโครงสร้างคล้ายกับครึ่งแรกของปี 2022 ที่เป็นช่วงเริ่มต้นของตลาดหมี ซึ่งคาดว่าราคาจะแกว่งตัวในกรอบนี้ไปอีกระยะเพื่อให้เกิดการสะสมพลังใหม่
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: การจะเปลี่ยนแนวโน้มได้จำเป็นต้องมีปัจจัยกระตุ้นที่พิเศษ เช่น การกลับไปยืนเหนือ True Market Mean ที่ 79,200 ดอลลาร์ แต่ต้องระวังเหตุการณ์วิกฤตที่จะบีบให้ราคาลงไปต่ำกว่า 55,000 ดอลลาร์

จนถึงขณะนี้ แรงขายส่วนใหญ่ถูกดูดซับไว้ด้วยแรงซื้อที่อยู่ในช่วง 60,000–72,000 ซึ่งเป็นโซนเดียวกับที่เคยมีการเข้าซื้ออย่างหนักในช่วงครึ่งแรกของปี 2024
สิ่งนี้หมายถึงความเชื่อมั่นเริ่มเกิดขึ้นในกลุ่มนักลงทุนที่เต็มใจจะเข้าซื้อในบริเวณนี้ ในแง่ดี การมีแรงซื้อที่เข้ามาต่อเนื่องในช่วงราคาตรงนี้อาจทำให้เกิดโซนสะสมที่แข็งแกร่ง และจะกลายเป็นฐานสำหรับการพุ่งครั้งต่อไป
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ระดับความต่อเนื่องของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงราคานี้จะเป็นตัวกำหนดว่าตลาดจะยังคงอยู่ในกรอบและมีความแข็งแรงมากขึ้น หรือจะค่อยๆ อ่อนแอและร่วงลงไปข้างล่างที่ลึกกว่าเดิม

ถ้าเรามาดู URPD เราจะสามารถประเมินได้ว่า แรงซื้อที่เข้ามาในช่วง 60,000-72,000 ดอลลาร์มีความแข็งแกร่งหรือไม่
ข้อมูลปัจจุบัน เราเจอแนวรับแถว Supply ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ซึ่งบอกเป็นนัยว่า นักลงทุนกลุ่มเดิมในช่วงนี้ กำลังพยายามปกป้องโซนราคาที่ตัวเองเคยเข้าซื้อเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุปทานด้านบนยังคงเป็นปัญหา โซนที่สำคัญคือระหว่าง 82,000–97,000 ดอลลาร์ และ 100,000–117,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มของคนที่กำลังขาดทุนอยู่จำนวนมาก ทั้งสองโซนคือแรงขายที่กำลังรออยู่
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: การพุ่งตัวขึ้นไปมีแนวต้านรออยู่หลายแนว และหากเวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยที่โครงสร้างยังไม่เปลี่ยนไปเป็นขาขึ้น หรือมีความผันผวนในขาลงที่รุนแรงมากระตุ้น อาจกระตุ้นให้นักลงทุนที่ติดดอยอยู่ยอมแพ้ และเทขายออกมา สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับตลาด

ในอดีต ตลาดหมีในช่วงต้นมักจะเห็นการดีดตัวย้อนศรขึ้นมา และการดีดตัวนี้จะถูกหยุดไว้โดยนักลงทุนระยะสั้นที่จะเทขายใส ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของผลกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Profit) ของนักลงทุนระยะสั้น จะเกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะถึงแตะจุดสูงสุดในตลาดหมี
ทำให้เราสามารถดู Short-Term Holders Supply in Profit วัดได้ เมื่ออินดิเคเตอร์มีค่าอยู่แถว 0.5 Standard Deviation ก็จะหมายความว่า ราคาได้มาถึงจุดสูงสุดในช่วงตลาดหมแล้ว
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ปัจจุบัน Short-Term Holders Supply in Profit มีค่าเพียง 0.049 เท่านั้น บ่งบอกว่านักลงทุนระยะสั้นกำลังขาดทุน และยังอีกไกลกว่าเราจะถึงจุดสูงสุดของการเด้งขึ้นมาของราคาในช่วงตลาดหมี

Net Flows ของนักลงทุนระดับสถาบัน ทั้ง Spot ETF, DATCOs และรัฐบาล เปลี่ยนจากฝั่งซื้อมาอยู่ฝั่งขายเรียบร้อย เป็นสัญญาว่านักลงทุนกลุ่มนี้กำลังอยู่ในช่วงลดความเสี่ยงหรือ De-risk อย่างชัดเจน
🔴 สัญญาณลบ: ปริมาณ Outfows จากนักลงทุนกลุ่มนี้ถึงว่ามีจำนวนมากและเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ฝั่งซื้อประสบกับความยากลำบากในการตามแรงขายให้ทัน จนกว่าแรงขายจะหมด ความผันผวนในช่วงหลังจากนี้จะถูกกำหนดโดยนักลงทุนรายใหม่

ปริมาณการซื้อขายในตลาด Spot ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงที่ Bitcoin ถูกเทลงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ โดยการขยายตัวของปริมาณการซื้อขายที่รวดเร็วแบบนี้ หมายความว่านักลงทุนเข้ามาซื้อขายในช่วงที่ตลาดกำลังผันผวนอย่างรุนแรง มากกว่าจะเป็นการเข้าซื้อขายด้วยความเชื่อมั่น
จะเห็นได้ว่า การขยายตัวของปริมาณการซื้อขายนั้นหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ความผันผวนหายไป บ่งบอกว่าถึงแม้การเคลื่อนไหวของราคาจะดูน่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาอย่างยั่งยืน
การขาดแรงซื้อที่ต่อเนื่อง บอกเราว่าปริมาณเงินที่จะเข้ามาดูดซับแรงขายนั้นไม่เพียงพอ กิจกรรมของตลาด Spot ในปัจจุบันจะถูกขับเคลื่อนด้วยการปรับพอร์ตระยะสั้น และการถูก Liquidation ของนักลงทุน
🔴 สัญญาณลบ: หากนักลงทุนฝั่งซื้อยังไม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ราคาจะยังคงผัวผวนต่อไปเพราะปริมาณการซื้อขายที่ต่ำ ซึ่งปริมาณการซื้อขายที่ต่อเนื่องจะส่งผลถึงการสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งสำหรับการพุ่งตัวครั้งถัดไป

สถานะการซื้อขายในตลาด Perpetual Futures น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนต่างราคาบีบตัวเข้าหากันหลังจาก Bitcoin ถูกเทขายลงมาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ สะท้อนถึงการลดลงของการเก็งกำไรจากนักลงทุนอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนที่ใช้ Leverage เลือกที่จะออกไปเฝ้าดูก่อน
ในช่วงต้นของตลาดกระทิง Premium ที่เพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในทิศทางราคาที่แข็งแกร่ง แต่ปัจจุบันตลาดกำลังขาดความเชื่อมั่นนั้น
🟡 สัญญาณลบ: แทนที่เราจะได้เห็นการเปิดสถานะ Short หรือ Long ในช่วงที่ตลาดเทขายอย่างรุนแรง นักลงทุนกลุ่มที่ใช้ Leverage กลับแสดงท่าทีลังเลและไม่มั่นใจ ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินทุนโดยรวมทั้งหมด
ในขณะนี้ ตลาด Futures ส่งสัญญาณถึงความระมัดระวังและความเชื่อมั่นที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างตลาดขาลงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin กำลังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า Structurally Defensive ซึ่งราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างแนวรับ (Realized Price) และแนวต้าน (True Market Mean)
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: การเคลื่อนที่ของราคาในกรอบปัจจุบันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโซนสะสมที่จะกลายเป็นฐานราคาที่แข็งแกร่ง
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในทุกตลาด บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หายไป และแรงซื้อในปัจจุบัน ก็ยังไม่มากพอที่จะรับแรงขายจำนวนมากได้
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
