
ในภาพรวม Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า Range-Bound ซื้อการดีดตัวของราคาในช่วงนี้จะเป็นการดีดตัวระยะสั้นในกรอบเท่านั้น
หลังราคาของ Bitcoin ร่วงหลุด True Market Mean ที่ประมาณ 79,000 ดอลลาร์ มันเป็นสัญญาณว่าเรากำลังเข้าสู่ระยะใหม่ของตลาด โดยในอดีต ราคา Bitcoin มักจะลงไปลึกกว่านี้บริเวณ Realized Price ที่ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 54,900 ดอลลาร์
ตลาดได้เข้าสู่ช่วง Compression and Absorption โดยมี True Market Mean และ Realized Price เป็นแนวรับและแนวต้าน
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หากไม่มีปัจจัยมากระตุ้น Bitcoin จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคานี้ไปสักพัก

หลังราคาร่วงหลุด True Market Mean ลงมา แรงขายส่วนใหญ่ถูกดูดซับไว้ด้วย Demand Cluster ระหว่าง 60,000 - 69,000 ดอลลาร์ ซึ่งบริเวณนี้ก่อตัวขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ได้เข้าสะสมในกรอบราคาที่ยาวนาน และถือมานานกว่าหนึ่งปี
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ในระดับราคาที่เท่าทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้ดูเหมือนจะช่วยดูดซับแรงขายที่เพิ่มขึ้น และทำให้โครงสร้างราคาของ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง Sideway หากมีแรงซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น อาจช่วยให้ตลาดเปลี่ยนโครงสร้างมาเป็นการสะสมที่แข็งแกร่งได้

Bitcoin จะมีโครงสร้างแบบเคลื่อนไหวในกรอบนี้ไปอีกนานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง และความต่อเนื่องของฝั่งผู้ซื้อเป็นหลัก
ค่าเฉลี่ย 7 วันของ Accumulation Trend Score ปรับตัวขึ้นจาก 0.1 มาสู่ 0.43 บ่งบอกว่า ฝั่งขายได้ลดความรุนแรงลง แต่การเข้าซื้อสะสมที่มาจากความเชื่อมั่นยังไม่ปรากฏออกมา
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก ATS พุ่งขึ้นจาก 0.43 มา 1 จะเป็นสัญญาณของการกลับมาเข้าสะสมของนักลงทุนขนาดใหญ่ (Large Entities) ซึ่งอาจช่วยให้กรอบราคา Sideway ต่อไปได้ แต่หากไม่มีการซื้อขนาดใหญ่เข้ามา จะเป็นการตอกย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างราคา

สภาพคล่องของตลาดในปัจจุบันยังคงสะท้อนถึงความอ่อนแอเชิงโครงสร้าง Realized Profit/Loss Ratio ทำให้เราเห็นสภาพคล่องในตลา โดยการวัดมูลค่ากำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง
Realized P/L Ratio ในตอนนี้ได้ลดลงมาอยู่ในช่วง 1-2 ซึ่งเป็นโซนที่ในอดีต มักจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจากช่วงเริ่มต้นของตลาดหมี ไปสูงสภาวะที่ตึงเครียด และกดดันมากขึ้น
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หาก Realized P/L Ratio ลดลงไปต่ำกว่า 1 นั้นหมายความว่าเรากำลังเข้าสู่จุดต่ำสุดของตลาดหมีแล้ว และหากค่าดังกล่าวเพิ่มขึ้นมามากกว่า 2 จะเป็นสัญญาณว่าสภาพคล่องกำลังค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง

Net Flows ของ Bitcoin Spot ETFs ไหลออกอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เคยทำหน้าที่เป็นแรงซื้อที่สม่ำเสมอได้หายไป ส่งสัญญาณถึงการหดตัวของ Demand จากนักลงทุนระดับสถาบัน
🔴 สัญญาณลบ: พอ Demand จากฝั่ง ETF หายไป ทำให้ความเสี่ยงขาลงยังอยู่ในระดับสูง การพยายามฟื้นตัวขึ้นมาของ Bitcoin มีแนวโน้มที่จะถูกเทขายใส่

ในกระดานเทรดหลักๆ ทั้ง Binance และทั่วโลกทุกกระดานได้เปลี่ยนมาเป็นลบอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงกิจกรรมฝั่งขายที่เพิ่มขึ้น
ส่วนฝั่ง Coinbase แรงซื้อก็อ่อนตัวลงเช่นกัน สงสัญญาณว่า Demand จากสหรัฐฯ ไม่สามารถเป็นตัวถ่วงดุลที่สม่ำเสมอกับแรงขายทั่วโลกได้อีกต่อไป
CVD ที่ติดลบในทุกกระดานเทรดแสดงให้เห็นว่า ความอ่อนแอของโครงสร้างราคาในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการ Distribution ของฝั่งขายอย่างต่อเนื่อง มากกว่าที่จะเป็นเรื่องสภาพคล่องที่น้อยลง
🔴 สัญญาณลบ: ยิ่งกระแสในตลาด Spot ยังอยู่ทางฝั่งขาย โครงสร้างราคาจึงจะยังคงเปราะบาง การเกิด Divergence ใน CVD คือความหวังเพื่อส่งสัญญาณว่า Demand จะเริ่มดูดซับแรงขายได้ดีขึ้น

Funding Rate ในตลาด Perpetual ได้บีบตัวอย่างรุนแรงในทุกกระดานเทรด โดย Heatmap แสดงให้เห็นว่า จาก Funding ที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่องในตอนที่ราคาวิ่งไป 120,000 ดอลลาร์ ตอนนี้กลับมาอยู่ในโซนติดลบมากขึ้นในขณะที่ราคาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่ามีการ Liquidate ฝั่ง Long เป็นจำนวนมาก
ตอนนี้ Funding ที่ติดลบเป็นช่วงๆ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านักลงทุนกำลังป้องกันความเสี่ยงขาลง หรือวางสถานะ Short ตามความอ่อนแอของตลาด
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: การฟื้นตัวของราคาที่ยั่งยืนต้องรอให้ Funding กลับมาอยู่ฝั่งบวก ควบคู่ไปกับ Demand ในตลาด Spot ที่เพิ่มมากขึ้น การพึ่งำาแค่กระแสจากการปิดสถานะ Short นั้นยังไม่เพียงพอ

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง Sideway ซึ่งราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างแนวรับ (Realized Price) และแนวต้าน (True Market Mean)
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: การเคลื่อนที่ของราคาในกรอบปัจจุบันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโซนสะสมที่จะกลายเป็นฐานราคาที่แข็งแกร่ง
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในทุกตลาด โดยเฉพาะในฝั่ง Spot ETF ที่เป็นนักลงทุนระดับสถาบัน บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หายไป
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
