
ในภาพรวม Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาเดิมเช่นเดียวกับเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยที่ถึงแม้จะมี Demand เข้ามา แต่ตลาดยังต้องการความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มากกว่านี้
หลังจากที่เด้งตัวขึ้นมาจากบริเวณ 60,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ Bitcoin ในเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า Consolidation Phase คือการที่ราคามีการเคลื่อนไหวแบบ Sideways
การที่ราคาเคลื่อนไหวแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความสมดุลระหว่าง ฝั่งขายที่ค่อยๆ หมดแรง กับ ฝั่งซื้อที่รวมตัวกันเข้ามาเก็บของในช่วงราคาเดียวกันกับเมื่อครึ่งแรกของปี 2024 โดยเฉพาะพวกนักลงทุนระยะยาว
ค่าเฉลี่ย 7 วันของ Price Drawdown from ATH ตอนนี้อยู่ที่ 47.3% ซึ่งคล้ายกับช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 ที่หลังจากนั้นราคาก็ปรับตัวลงอีก
ตรงนี้กำลังบอกเราว่า ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มันจะยิ่งกดดันให้กลุ่มที่ใช้ Leverage สูงมากขึ้นเท่านั้น
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: หากราคาไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ได้ภายในสัปดาห์หน้า ความเสี่ยงของการย่อตัวลงไปอีกอาจพุ่งสูงขึ้น

ค่าเฉลี่ย 7 วันของจำนวน Bitcoin ที่กำลังขาดทุนอยู่ในปัจจุบันพุ่งสูงถึงประมาณ 9.2 ล้าน BTC หรือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวน Bitcoin ในตลาดตอนนี้กำลังขาดทุน
ซึ่งเหมือนกับตลาดหมีในอดีตที่การย่อตัวของ Bitcoin เกือบ -50% จาก ATH ทำให้นักลงทุนจำนวนมากตกอยู่ภายใต้ความกดดัน
🟢 สัญญาณบวก: ถึงแม้สัญญาณของขาลงจะยังไม่หายไป แต่การที่มี Bitcoin จำนวนมากขนาดนี้อยู่ในสถานะขาดทุน มักจะเป็นลักษณะของช่วงปลายตลาดหมี โดยโครงสร้างตลาดดูเหมือนจะเข้าใกล้ช่วงสร้างฐานราคาเพื่อหาจุดต่ำสุด แม้ว่าความผันผวนจะยังคงมีอยู่ก็ตาม

ในช่วงที่สถานะของนักลงทุนยังมี Unrealized Loss หรือการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงอยู่เป็นจำนวนมาก ความมั่นคงของกรอบราคาในปัจุบันขึ้นอยู่กับการเข้าซื้อของนักลงทุนหน้าใหม่ๆ
ในเดือนกุมภาพันธ์ Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60,000 - 70,000 ดอลลาร์ การทำลายโครงสร้างขาลงจะขึ้นอยู่กับความเข้มขนของ Demand จากนักลงทุนหน้าใหม่
Accumulation Trend Score ตอนนี้อยู่ต่ำกว่า 0.5 ซึ่งส่งสัญญาณว่า ตอนนี้ตลาดยังขาดการเข้าซื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะจากนักลงทุนรายใหญ่
🟡 สัญญาณที่ต้องระมัดระวัง: ถึงแม้ Unrealized Loss ในตลาดจะสูง แต่การเข้าซื้อด้วยความเชื่อมั่นยังคงไม่เกิดขึ้น จนกว่านักลงทุนรายใหญ่จะเริ่มขยับ โอกาสที่ราคาจะย่อตัวลงไปต่ำกว่านี้อีกก็จะยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่

ค่าเฉลี่ย 90 วันของ Realized Profit/Loss Ratio ได้ตกลงไปต่ำกว่า 1.0 หมายความว่า นักลงทุนที่ยอมขายขาดทุน มีจำนวนมากกว่าฝั่งที่ขายเพื่อทำกำไรแล้ว
ในตลาดหมีรอบก่อนๆ Realized Profit/Loss Ratio ที่หลุดต่ำกว่า 1.0 จะเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 6 เดือนหรือมากกว่านั้น สะท้อนถึงช่วงเวลาที่ฝั่งผู้ซื้ออ่อนแอ และสภาพคล่องในตลาดที่จำกัด
🔴 สัญญาณลบ: จนกว่าค่าเฉลี่ย 90 วันของ Realized Profit/Loss Ratio จะกลับมามากกว่า 1.0 สภาพคล่องในตลาดจะยังคงมีน้อย ซึ่งทำให้โอกาสในการฟื้นตัวของ Bitcoin ในระยะสั้นน้อยลงไปด้วย

Spot CVD ตอนนี้ร่วงลงมาอยู่ในจุดต่ำที่สุดของ Cycle นี้แล้ว หมายความว่า ฝั่งผู้ขายได้มีจำนวนมากกว่าผู้ซื้อในทุกกระดานเทรด ไม่ว่าจะเป็น Binance หรือ Coinbase
ในฝั่ง Binance มีจำนวน Market Sell Orders เป็นจำนวนมาก ส่วนในฝั่ง Coinbase ค่อนข้างเงียบเหงา
การร่วงของราคาเมื่อไม่นานมานี้ได้ทำให้ CVD ติดลบมากที่สุดในรอบสองปีที่ผ่านมา
🔴 สัญญาณลบ: การที่ Spot CVD ติดลบอย่างหนัก ทำให้โครงสร้างราคาของ Bitcoin เปราะบาง เพราะไม่มีแรงซื้อที่มากพอจะรองรับแรงขาย ส่งผลความเสี่ยงขาลงยังคงมีอยู่ต่อไป

ค่าเฉลี่ย 7 วันของ US Spot ETF Net Flows ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน และเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ Bitcoin ไหลลงมาอยู่ในกรอบ 60,000 - 70,000 ดอลลาร์
ในช่วงต้น Cycle เราจะเห็นได้ว่า US Spot ETF มีเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง สอดคล้องกับราคาที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมและตุลาคม ส่วนในปัจจุบันเรากำลังเจอกับสิ่งที่เหมือนกัน แต่เป็นฝั่งตรงข้าม
🔴 สัญญาณลบ: Demand จากสถาบันได้ลดน้อยลงอย่างมาก สิ่งที่เคยสนับสนุนให้ราคาพุ่งขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้หายไป จนกว่า US Spot ETF Net Flows จะกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ความเสี่ยงขาลงของ Bitcoin ก็จะยังมีอยู่ต่อไป

Funding Rate ในตลาด Perpetual กลับมาสู่ช่วงปกติอีกครั้ง หลังจากที่การย่อตัวของราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมาได้ทำให้สถานะ Long ที่ใช้ Leverage ถูกทยอยปิดไป
🔴 สัญญาณลบ: Funding Rate ในภาพรวมยังคงอ่อนแอ สิ่งนี้กำลังบอกเราว่า นักลงทุนในตลาด ไม่ได้มีแรงจูงใจที่จะเพิ่มความเสี่ยงของการลงทุนด้วยการใช้ Leverage

🟡 ภาพรวมระยะสั้น-กลาง: Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง Sideway ซึ่งราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60,000 - 70,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนระยะยาวเคยเข้าซื้อเมื่อช่วงครึ่งแรกของปี 2024
🟢 สิ่งที่ยังดีอยู่: จำนวน Bitcoin ที่กำลังขาดทุนอยู่มีจำนวนเกือบ 9.2 ล้าน BTC ซึ่งเป็นสัญญาณที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงปลายของตลาดหมีแล้ว
🔴 ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด: ค่า Realized Profit/Loss Ratio ที่ต่ำกว่า 1.0 มักจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานถึง 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ทำให้เราอาจจะอยู๋ในช่วงตลาดหมีไปอีกสักพักจนกว่าตลาดจะเลือกทาง
📌 แนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ:
ทั้งนี้ การลงทุนหรือการเข้าซื้อนั้นควรจะใช้ปัจจัยรวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย เพื่อการประเมินตลาดได้อย่างครบถ้วนและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ข้อมูล On-Chain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก Glassnode
