
Pumpfun ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ Solana Ecosystem ด้วยรายได้สะสม 1,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เปิดตัว และยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของ Memecoin Launchpad ของโลก
อย่างไรก็ตาม Trader Cashback โมเดลใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า Pumpfun กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองในด้านความยั่งยืน
Pumpfun ถือกำเนิดขึ้นในปี 2024 ด้วยภารกิจที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ ทำให้การสร้างโทเคนง่ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ในยุคก่อนหน้า การออกเหรียญต้องอาศัยทักษะมากมาย ทั้งในด้าน Smart Contract, การจัดสรร Liquidity เริ่มต้น และค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ Pumpfun ได้ทำลายกำแพงเหล่านั้นทั้งหมดทิ้งไป
ความสำเร็จที่ตามมาคือ โทเค็นกว่า 15 ล้านเหรียญถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม แต่ตัวเลขนี้ก็เป็นดาบสองคม เพราะข้อมูลจาก Solidus Labs ระบุว่า 98.6% ของโทเค็นจาก Pumpfun ถูกจัดว่าเป็น Scam หรือถูกทิ้งไปแล้ว และรายงานจาก CoinGecko ก็ระบุว่า แค่ในปี 2025 มีจำนวนโทเค็นกว่า 11.6 ล้านเหรียญถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์
สถาปัตยกรรมของ Pumpfun ถูกออกแบบบนหลักการของ Extreme Simplicity ผู้ใช้สามารถออกโทเคนได้ภายในไม่ถึง 60 วินาที โดยแค่เลือกชื่อ, Ticker และรูปภาพก็พอ ส่วนที่เหลือระบบจะให้ทั้งหมด
กลไกสำคัญก็คือ Bonding Curve ฟังก์ชันที่กำหนดราคาโทเคนตามอุปทาน เมื่อมีคนซื้อ ราคาขยับขึ้น เมื่อมีคนขาย ราคาลดลง ระบบนี้รับประกันว่าจะมี Liquidity ตั้งแต่วินาทีแรกที่โทเคนถูกสร้างขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพา Market Maker

เมื่อ Market Cap สูงถึงเกณฑ์ โทเค็นจะ "จบการศึกษา" (Graduate) และ Liquidity ทั้งหมดจะถูกย้ายไปยัง PumpSwap ซึ่งเป็น Native DEX ของแพลตฟอร์มที่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งก่อนที่จะเปิดตัว Pumpswap โทเค็นที่จบการศึกษาจะถูกย้ายไปยัง Raydium ที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6 $SOL
แต่ด้วยความที่โทเค็นสามารถถูกสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีโทเค็นเกิดขึ้นมาจำนวนมากมายเต็มไปหมด จนทำให้มีอัตราการ Gradute ต่ำกว่า 1%
ในปัจจุบัน Pumpfun ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในด้าน Token Launchpad ด้วยรายได้สะสม 951 ล้านดอลลาร์ และมีปริมาณการซื้อขายต่อวันอยู่ที่ประมาณ 50-100 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026
รายได้จากค่าธรรมเนียมของ Pumpfun ในเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ $30.49 ล้านดอลลาร์ ลดลง 75.6% จากจุดสูงสุดที่ $148.1 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม 2025

ส่วนราคาโทเค็น $PUMP ณ ปัจจุบันที่ $0.0021 ยังต่ำกว่าราคา ICO ที่ $0.004 และต่ำกว่า ATH ที่ $0.0088 กว่า 76% ถึงแม้จะมี Buyback Program ด้วยงบกว่า 290 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
รายได้ที่ลดลง และราคาโทเค็นที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ได้กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ทีม Pumpfun ต้องคิดค้นแนวทางหรือวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา
ก่อนปี 2026 Pumpfun ใช้ระบบ Dynamic Fees V1 ซึ่งจ่ายค่าธรรมเนียม 0.3% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด ให้แก่ผู้สร้างโทเค็น ซึ่งตรงนี้เรียกว่า Creator Fees
ถึงแม้จะฟังดูดี เพราะผู้สร้างโทเค็นมีแรงจูงใจในการพัฒนาโปรเจกต์ต่อไป แต่ในความเป็นจริง ระบบนี้ได้ส้ราง Perverse Incentives อย่างรุนแรง

Token Creator เลือกที่จะสร้างเหรียญใหม่ขึ้นมาซ้ำๆ แทนที่จะสนับสนุนเหรียญเดิม และถึงแม้เหรียญจะถูก Creator ทิ้งไปแล้ว แต่ตราบใดที่ยังคงมีคนซื้อขายอยู่ Creator ก็จะยังคงได้รับค่าธรรมเนียม
Alon Cohen หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งก็ออกมายอมรับว่า ระบบนี้กำลังทำลาย Ecosystem มากกว่าที่จะช่วยเหลือ
ผลลัพธ์ของ Creator Fees ได้ทำให้ Pumpfun กลายเป็นโรงงาน Rug Pull ที่ผลิตโทเค็นออกมาหลอกเงินของบรรดา Memecoin Traders ในตลาด
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Pumpfun ได้เปิดตัว “Cashback Coins” ซึ่งเป็นการเปรียบรูปแบบระบบ Incentive ครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์ม
แนวคิดง่ายๆ คือ ให้เทรดเดอร์เป็นผู้ตัดสินใจว่า ใครสมควรจะได้รับค่าธรรมเนียม
ภายใต้ระบบใหม่นี้ Creator จะต้องเลือกหนึ่งในสองตัวเลือกก่อนที่จะสร้างโทเค็น และการเลือกนี้จะเป็นการเลือกแบบถาวร ไม่สามารถเปลี่ยนได้ตลอดไป
ตัวเลือกแรกคือ Creator Fees แบบเดิม ผู้สร้างโทเค็นจะเป็นคนที่ได้รับค่าธรรมเนียมจากการซื้อขาย
ตัวเลือกที่สองคือ Trader Cashback ผู้ที่ถือเหรียญและเทรดเดอร์ จะเป็นคนที่ได้รับค่าธรรมเนียม
ตัวเลือกเพียงสองข้อบีบให้ Creator จะต้องแสดงความตั้งใจในการพัฒนาโปรเจกต์ของตัวเองตั้งแต่วันแรก โปรเจกต์ที่มีทีมงานและมีแผนระยะยาวที่ชัดเจนส่วนใหญ่จะเลือก Creator Fees อยู่แล้ว แต่สุดท้ายจะตลาดจะเป็นคนเลือกให้เองว่าพวกเขาสมควรได้รับมันหรือไม่
กลุ่มที่ได้รับประโยชน์ก็คือกลุ่มเทรดเดอร์ เพราะทุก Transaction ที่เกิดขึ้นกับโทเค็นที่ใช้ระบบ Trader Cashback จะกลายเป็น Yield ที่ย้อนกลับมาให้คนกลุ่มนี้ โมเดลนี้กระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
โปรเจกต์ที่มีความตั้งใจจริง จะสามารถใช้ Cashback Coins เป็นเครื่องมือในการดึงดูดเทรดเดอร์ได้ โปรเจกต์ที่เลือกตัวเลือกที่สอง เหมือนเป็นการประกาศว่า “เราตั้งใจมาทำสิ่งนี้จริงๆ ไม่ได้มาทำเพื่อเอาเงินแล้วก็จากไป”
และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์แน่นอนก็คือ Pumpfun เอง เพราะถ้าโมเดลนี้มันสามารถดึงดูดเทรดเดอร์ได้จริง ก็จะทำให้ปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น รายได้ของ Pumpfun จากค่าธรรมเนียมก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย
ส่วนกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ก็คือ คนที่อยากปัดฝุ่นโปรเจกต์ที่ตายไปแล้ว หรือถูก Creator ทิ้ง ให้กลับขึ้นมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง หรือที่เราเรียกว่า Community Takeover (CTO) เพราะ Smart Contract ถูกล็อคไว้ให้จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเทรดเดอร์ ทำให้ไม่มี Incentive ให้กับ CTO Leaders
แต่เรื่องดีก็คือ กลุ่ม Predatory Deployers ที่ชอบสร้างโทเค็นใหม่ๆ มาหลอกนักลงทุนเพื่อเอาค่าธรรมเนียมจะถูกคัดออกไปจากตลาดได้ง่ายขึ้น และต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมในการสร้างแรงจูงใจให้มีคนมาซื้อขายโทเค็นพวกนี้ ซึ่งจะทำให้ Ecosystem ของ Pumpfun ดูดีขึ้นในสายตาของคนทั่วไป ถึงแม้ว่าคนกลุ่มนี้จะมีวิธีอื่นในการหลอกนักลงทุนก็ตาม
นักวิเคราะห์หลายคนก็ได้ออกมาแสดงความกังวลว่าการแจกจ่ายค่าธรรมเนียมการซื้อขายให้กับเทรดเดอร์ผ่านโมเดลนี้ไม่สามารถสร้างสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง หรือลดความผันผวนด้วย ทำให้ควรมอง Cashback Coins เป็นเพียง Incentive Alignment Upgrade มากกว่าจะมองว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาในระยะยาว
หลังจากนี้ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่า Cashback Coins ได้รับความสนใจและดึงดูดเทรดเดอร์ได้มากน้อยแค่ไหน\

ถ้าหาก Daily Active Users, $PUMP Net Burn Rate และ Token Graduation Ratio เพิ่มขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่า กลยุทธ์ Cashback Coins นั้นได้ผล
หลังจากนี้ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่า Cashback Coins ได้รับความสนใจและดึงดูดเทรดเดอร์ได้มากน้อยแค่ไหน
Pumpfun กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า โมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้ปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์ จะสามารถปรับตัวให้แพลตฟอร์มเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้กับผู้ถือเหรียญได้หรือไม่
การเปิดตัว Cashback Coins เหมือนเป็นการยอมรับตรงๆ ของ Pumpfun ว่า ไม่ใช่ Creator ทุกคนสมควรที่จะได้รับค่าธรรมเนียม
แต่การเอาส่วนนี้มากแจกจ่ายคืนให้กับเทรดเดอร์ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
โทเค็นเกือบ 99% ที่สร้างบน Pumpfun ถูกสร้างมาเพื่อ Rug Pull ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนต่างก็บอกว่า สาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ก็เพราะ Creator และเทรดเดอร์ส่วนใหญ่บน Pumpfun ไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างอะไรจริงจัง แต่มาเพื่อเก็งกำไรเท่านั้น
ในวันนี้ Pumpfun ยังคงเป็นราชาแห่ง Solana แต่คำถามก็คือ ราชาคนนี้จะยังอยู่บนบัลลังก์ไปได้อีกนานแค่ไหน ?
